ข้อควรรู้ก่อนซื้อโดรน โดรนรุ่นไหนเหมาะกับตัวเรา ข้อสังเกตุ

ข้อควรรู้ก่อนซื้อโดรน โดรนรุ่นไหนเหมาะกับตัวเรา ข้อสังเกตุ

วิธีเลือกโดรน ต้องดูอะไรบ้าง รายละเอียด ระบบของตัวโดรน


ระยะการบิน (Flying Range)

โดรนแต่ละตัวนั้น มีความสามารถในการบินไม่เท่ากัน บางตัวบินได้ระยะสั้น(1 กิโลเมตร – 2 กิโลเมตร) ,บินได้ไกล(5 กิโลเมตร – 10 กิโลเมตร)

โดยตัวที่บินไกลนั้น ความสามารถก็คือ การส่งสัญญาณจะเข้มข้นและแรงกว่าโดรนที่บินได้ในระยะสั้น ซึ่งจะถูกคลื่นสัญญาณรบกวนได้ยากเวลาบินในเขตชุมชน

ด้วยเหตุนี้ ทำให้อุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณได้ดี และได้ไกล จึงทำให้โดรนมีราคาที่สูงขึ้นตามลำดับ

โดยตัวเริ่มต้นนั้น บินได้ระยะสั้น (1 กิโลเมตร – 2 กิโลเมตร) จะเป็นรุ่น DJI Mavic Mini

ขาย dji mavic mini ราคา

ส่วนตัวที่บินได้ระยะไกล จะเป็นรุ่น DJI Mavic Air2 (ระยะการบิน 5 กิโลเมตร – 10 กิโลเมตร)

โดรนที่บินได้ระยะไกล และสัญญาณการควบคุมดี จะเป็นรุ่น DJI Mavic 2 Pro/Zoom/Enterprise Dual , DJI Phantom 4 Pro V2.0 (ระยะการบิน/ควบคุม 5 กิโลเมตร – 8 กิโลเมตร)

DJI Mavic 2 Pro with Smart Controller


DJI Mavic 2 Enterprise Dual – โดรนตรวจจับความร้อน

DJI Phantom 4 Pro V2.0


เซ็นเซอร์กันชน (Obstacle Sensor)

เปรียบเสมือนดวงตาตัวที่ 2 รองจากตัวกล้อง เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเวลาทำการบิน จะช่วยลดการสูญเสีย/ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากตัวโดรน ซึ่งจะทำหน้าที่บอกกับตัวโดรนว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่รอบๆตัวโดรน และตัวโดรนจะไม่เกิดการชนกับวัตถุรอบๆตัวโดรนนั้นเอง

โดยหลักการทำงานของเซ็นเซอร์กันชน (Obstacle Sensor) นั้น จะทำการตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้าโดรน เริ่มที่ระยะประมาณ 10เมตร – 15 เมตร (เป็นการเตือนเบื้องต้น – เรด้าแจ้งเตือน จะทำการชะลอ แต่โดรนยังไม่หยุดบิน)

เมื่อตัวโดรนบินเข้าใกล้วัตถุมากยิ่งขึ้น ตัวโดรนจะหยุดบินเองอัตโนมัติเพื่อป้องกันการชน โดยระยะการหยุดจะอยู่ที่ (2 เมตร – 3 เมตร) นับจากระยะวัตถุ ซึ่งตัวโดรนจะไม่สามารถบินเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่านี้แล้ว

หลักการทำงานของ sensor ก็คือ ตัวโดรนจะมีกล้องเล็กๆอยู่ที่ตำแหน่งต่างๆของตัวโดรน และกล้องนั้น จะนำภาพวัตถุมาคำนวนหาระยะทาง เพื่อบอกว่ามีวัตถุอยู่ข้างหน้าหรือไม่

เวลาเลือกซื้อโดรนนั้น เซ็นเซอร์กันชนโดยทั่วไป จะแบ่งออกเป็น 3 แบบ
– แบบที่ 1 – ไม่มี Sensor กันชน , ผู้บังคับต้องระวังการชนด้วยตัวเอง เป็นรุ่น Mavic Mini นั้นเอง


– แบบที่ 2 – แบบมี Sensor กันชนด้านหน้าและด้านหลัง , โดรนสามารถหยุดได้ด้วยตัวเองเมื่อเจอสิ่งกีดขวางจากทางด้านหน้าและด้านหลัง – จะเป็นรุ่น DJI Mavic Air2

 

– แบบที่ 3 – แบบมี Sensor กันชนรอบทิศทาง จะเป็นรุ่น DJI Mavic 2 Pro/Zoom/Enterprise Dual , DJI Phantom 4 Pro V2.0

DJI Phantom 4 Pro V2.0 มี sensor กันชนรอบทิศทาง – หน้า หลัง ซ้าย ขวา

DJI Mavic 2 มี sensor กันชนรอบทิศทาง – หน้า หลัง ซ้าย ขวา
**เซ็นเซอร์กันชนด้านข้าง (Side Obstacle Sensing) จะทำงานที่โหมด Tripod, Activetrack เท่านั้น


ชุดกล้อง – ความละเอียดของตัวกล้อง – ขนาดของ Sensor กล้อง

ชุดกล้องนั้น จะประกอบด้วยกิมบอลกันสั่น 3 แกน ทำให้สามารถกันการสั่นไหวของการถ่ายภาพและวีดีโอได้ ทั้งในแนวแกน X,Y,Z (gyroscope 3 แกน)

ความละเอียดของตัวกล้อง – ยิ่งสูง ยิ่งดี จะทำให้วีดีโอที่ได้ มีความชัดสูง และสามารถตัดต่อวีดีโอได้ดียิ่งขึ้น เช่นการนำวีดีโอทำไปทำ slowmotion  ซึ่งต้องใช้ frame rate(fps) ที่สูงๆ (มากกว่า 50fps)

จะมีทั้ง 2.7K ,  4K ที่ 30fps , 4K ที่ 60fps

DJI Mavic Mini สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ 2.7k ที่ 30fps

DJI Mavic Air2 สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ 4k ที่ 60fps

DJI Mavic 2 Pro สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ 4K ที่ 30 fps

DJI Phantom 4 pro สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ 4K ที่ 60 fps (สามารถทำไปทำ Slow-Motion ที่ความละเอียด 4k ได้)

ขนาดของ sensor กล้องนั้นมีผลต่อคุณภาพของไฟล์ ขนาด sensor ที่ใหญ่ จะได้คุณภาพที่ดี(ภาพคมชัด และ Dynamic range ดีกว่า สามารถเก็บรายละเอียดในภาพได้ครบถ้วน) เพราะว่าพื้นที่รับแสงมากกว่า

DJI Mavic Mini ขนาด sensor = 1/2.3 นิ้ว (ขนาดเล็ก)

DJI Mavic Air2 ขนาด sensor = 1/2.0 นิ้ว (ขนาดกลาง)

DJI Mavic 2 Pro / DJI Phantom 4 pro ขนาด sensor = 1 นิ้ว (ขนาดใหญ่ คุณภาพดี)

ขนาด sensor dji mavic 2


ขนาดและน้ำหนักในการพกพา

สำหรับน้ำหนักและขนาด มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมาก เนื่องจากถ้าต้องการพกพาไปท่องเที่ยว ต้อการโดรนที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ส่วนคุณภาพของตัวโดรน ก็จะลดตามขนาดของตัวโดรน

เล็กสุด น้ำหนักเพียง 249 กรัม คือรุ่น DJI Mavic Mini

ถ้าเรียงตามขนาดเลยจะเป็น
DJI Mavic Mini > DJI Mavic Air2 > DJI Mavic 2 > DJI Phantom 4 Pro V2.0

โดย DJI Phantom 4 Pro V2.0 จะมีขนาดใหญ่ที่สุด

แต่ถ้าต้องการโดรนที่มีคุณภาพสูง จะเป็นโดรนที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากโดรนที่มีขนาดใหญ่ สามารถแบกกล้องที่ใหญ่กว่าและดีกว่าโดรนขนาดเล็ก ซึ่งเหมาะสำหรับทีม Production ที่ต้องการคุณภาพสูง สำหรับถ่าย โฆษณา หรือวีดีโอที่มีความละเอียดสูงมาก


ราคา งบประมาณ สำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้นทั่วไป

งบไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับข้อมูลในปี 2020 จะเป็นรุ่น DJI Mavic Mini Combo Set เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการถ่ายภาพมุมสูงทั่วไป เป็นรุ่นยอดนิยม

งบไม่เกิน 35,000 บาท จะเป็นรุ่น DJI Mavic Air2 Combo Set รุ่นนี้จะเป็นโดรนระดับกลาง เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป

 

งบไม่เกิน 60,000 บาท จะเป็นรุ่น DJI Mavic 2 Pro / Zoom , DJI Phantom 4 Pro V2.0 ถือว่าเป็นโดรนที่มีคุณภาพสูงมาก เหมาะสำหรับงานวีดีโอที่ต้องการคุณภาพสูง

แพคเกจ Combo Set / Single Package

โดรนแต่ละรุ่น แพคเกจที่ให้เลือกซื้อจะมีไม่เหมือนกัน

โดยแต่ละรุ่นจะมีแพคเกจให้เลือกซื้อคือ

  1. DJI Mavic Mini Single Set / DJI Mavic Mini Fly More Combo
  2. DJI Mavic Air2 Single Set / DJI Mavic Air2 Fly More Combo
  3. DJI Mavic 2 Pro / Zoom / Enterprise จะแยกขายชุด Fly More Combo set
  4. DJI Phantom 4 pro จะไม่มีชุดคอมโบเซตให้เลือก ต้องเลือกซื้อแบตตารี่และกระเป๋าแยกต่างหาก

ลักษณะการใช้งาน เราซื้อไปใช้งานระดับไหน

ระดับเริ่มต้น ทำเพื่อสำหรับลง facebook , youtube , vlog ไม่จริงจังมาก จะแนะนำเป็นรุ่น DJI Mavic Mini Combo Set

ระดับกลาง- ต้องการโดรนที่กล้องคุณภาพสูง ภาพที่ได้ออกมาชัดเจน บินได้ไกล บินได้นาน สัญญาณดี (บินได้สัญญาณหลุดยาก) จะแนะนำเป็นรุ่น DJI Mavic Air2 Fly More Combo

ระดับสูง – ถ่ายวีดีโอคุณภาพสูง งานโฆษณา DJI Mavic 2 / DJI Phantom 4 Pro V2.0

ระดับองค์กร ใช้งานเพื่อสำรวจวัดอุณหภูมิ ทำงานแผนที่ ดูสายไฟแรงสูง DJI Mavic 2 Enterprise Dual / DJI Phantom 4 Pro V2.0